วิญญาณเมื่อทำหน้าที่เป็นพืช

            ภิกษุ . !  สิ่งที่ใช้เป็นพืชมีห้าอย่างเหล่านี้.  ห้าอย่างเหล่าไหนเล่า ? ห้าอย่างคือ พืชจากเหง้า (มูลพีช ),  พืชจากต้น  (ขนฺธพีช),  พืชจากตา  (ผลุพีช),  พืชจากยอด  (อคฺคพีช),  และพืชจากเมล็ด  (เช่นข้าวเป็นต้น)  เป็นคำรบห้า  (พีชพีช). 

ภิกษุ . !  ถ้าสิ่งที่ใช้เป็นพืชห้าอย่างเหล่านี้  ที่ไม่ถูกทำลาย  ยังไม่เน่าเปื่อย  ยังไม่แห้งเพราะลมและแดด  ยังมีเชื้องอกบริบูรณ์อยู่  และอันเจ้าของเก็บไว้ด้วยดี แต่ดิน  น้ำ  ไม่มี.  

     ภิกษุ . !  สิ่งที่ใช้เป็นพืชห้าอย่างเหล่านั้น  จะพึงเจริญงอกงามไพบูลย์  ได้แลหรือ ? 
หาเป็นเช่นนั้นไม่ พระเจ้าข้า !” 

      ภิกษุ . !  ถ้าสิ่งที่ใช้เป็นพืชห้าอย่างเหล่านี้แหละ  ที่ไม่ถูกทำลาย  ยังไม่เน่าเปื่อย  ยังไม่แห้งเพราะลมและแดด  ยังมีเชื้องอกบริบูรณ์อยู่  และอันเจ้าของเก็บไว้ด้วยดี ทั้งดิน  น้ำ  ก็มีด้วย 

       ภิกษุ  . !  สิ่งที่ใช้เป็นพืช ห้าอย่างเหล่านั้นจะพึงเจริญ  งอกงาม  ไพบูลย์  ได้มิใช่หรือ ? 
อย่างนั้น พระเจ้าข้า !” 
ภิกษุ . !  วิญญาณฐิติ  สี่อย่าง (รูป เวทนา สัญญา สังขาร พึงเห็นว่าเหมือนกับ  ดิน.  

      ภิกษุ  . !  นันทิราคะ  พึงเห็นว่าเหมือนกับ  น้ำ.  

      ภิกษุ . !  วิญญาณ  ซึ่งประกอบด้วยปัจจัย  (คือกรรม 3 ได้แก่ กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม)  พึงเห็นว่าเหมือนกับ  พืชสดทั้งห้านั้น

ภิกษุ . !  วิญญาณ ซึ่งเข้าถือเอา รูป  ตั้งอยู่  ก็ตั้งอยู่ได้ เป็นวิญญาณที่มีรูปเป็นอารมณ์  มีรูปเป็นที่ตั้งอาศัย  มีนันทิเป็นที่เข้าไปส้องเสพ  ก็ถึงความ  เจริญ  งอกงาม  ไพบูลย์  ได้ ; 
ภิกษุ . !  วิญญาณ ซึ่งเข้าถือเอา เวทนา ตั้งอยู่ ก็ตั้งอยู่ได้ เป็นวิญญาณที่มีเวทนาเป็นอารมณ์  มีเวทนาเป็นที่ตั้งอาศัย  มีนันทิเป็นที่เข้าไปส้องเสพ  ก็ถือความเจริญ  งอกงาม  ไพบูลย์  ได้ ; 
ภิกษุ . !  วิญญาณ ซึ่งเข้าถือเอา  สัญญา ตั้งอยู่ ก็ตั้งอยู่ได้ เป็นวิญญาณที่มีสัญญาเป็นอารมณ์  มีสัญญาเป็นที่ตั้งอาศัย  มีนันทิเป็นที่เข้าไปส้องเสพ   ก็ถึงความเจริญ งอกงาม ไพบูลย์ ได้ ; 

      ภิกษุ . !  วิญญาณ ซึ่งเข้าถือเอา สังขาร ตั้งอยู่ ก็ตั้งอยู่ได้เป็นวิญญาณที่มีสังขารเป็นอารมณ์  มีสังขารเป็นที่ตั้งอาศัย  มีนันทิเป็นที่เข้าไปส้องเสพ  ก็ถึงความเจริญงอกงาม ไพบูลย์ ได้
     ภิกษุ . !  ผู้ใด จะพึงกล่าวอย่างนี้  ว่า  เราจักบัญญัติ  ซึ่งการมา  การไป  การจุติ  การอุบัติ  ความเจริญ  ความงอกงาม  และความไพบูลย์ของวิญญาณ  โดยเว้นจากรูป  เว้นจากเวทนา  เว้นจากสัญญา  และเว้นจากสังขาร”  ดังนี้นั้น นี่  ไม่ใช่ฐานะที่จักมีได้เลย

       

         ภิกษุ . !  ถ้าราคะในรูปธาตุ ในเวทนาธาตุ ในสัญญาธาตุ ในสังขารธาตุ ในวิญญาณธาตุ เป็นสิ่งที่ภิกษุละได้แล้ว ; เพราะละราคะได้ อารมณ์สำหรับวิญญาณก็ขาดลง ที่ตั้งของวิญญาณก็ไม่มีวิญญาณอันไม่มีที่ตั้งนั้นก็ไม่งอกงาม หลุดพ้นไปเพราะไม่ถูกปรุงแต่ง ;  เพราะหลุดพ้นไปก็ตั้งมั่นเพราะตั้งมั่นก็ยินดีในตนเอง ; เพราะยินดีในตนเองก็ไม่หวั่นไหว ;  เมื่อไม่หวั่นไหวก็ปรินิพพานเฉพาะตน ;  ย่อมรู้ชัดว่า “ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำได้ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มีอีก” ดังนี้

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ว่าด้วยขันธ์ 5 อันเป็นทุกข์